Latest News

Saturday, July 11, 2009

กฤษณาสอนน้อง

กฤษณาสอนน้อง


อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

๏ ตื่นก่อนเมื่อนอนหลัง พึงเฝ้าฟังบรรหารแสดง
ตรัสใช้ระไวระแวง ระวังศัพท์รับสั่งสาร

ยามไท้ธิเบศทรง ประชวรองค์ บ่ สำราญ
อย่าคลาพยาบาล บำเรอรักษ์ภักดีตระโบม

ปางท้าว ธ ไสยา อย่าลีลาให้เครงโครม
อำรุงฤทัยประโลม บพิตรผู้อย่าดูเบา

ที่สูงที่ไสยาสน์อย่าอุกอาจจักเอื้อมเอา
สิ่งใด บ่ ได้เคา รพไท้ ฤ ไป่ควร

ยามเอื้อนโองการตรัส สนองอรรถอย่าลามลวน
ยามท้าว ธ เชยชวน บันโดยชอบในเชิงสม

ยามร้อนพึงไกวกวัด รำพายพัดรำเพยลม
ยามสรงถวายฉม สุคนธ์ฟุ้งจรุงขจร

ยามวายก็อยู่งาน บริบาลบดีศร
ยามสถิตไสยากร พึงนวดนั่งระวังยาม

ปางไท้ธสู่สม สนมใดบันโดยตาม
ฤ แหน ฤ ห่อนงาม พึงโหดเหตุหวงหึง

ปางราชรางวัลปัน กำนัลนางที่พอพึง
อย่าทัดอย่าทรรทึง อธรรมจิตอันริษยา

เกรงไท้ฤทัยราน บันดาลโทษโกรธา
เสื่อมศักดิเดชา นุภาพผู้จะดูแคลน

รักองค์สงวนองค์ อย่าทระนงพึงกลัวแกลน
ภรรดาคุณาแทน บิตุเรศพิเศษสมาน

ไตรตรวจทุกหมวดหมู่ อนงค์ผู้พนักงาน
ในราชบำเรอการ ปฏิบัติกษัตรา

เช้าค่ำบำบวงบาท บ่ มิขาดสักเวลา
ผดุงราชบริจา ริกวัตรสวัสดี

ดูถ้วนทุกนวลนาง สุรสุรางคนารี
ปางโปรดปรานีมี มิตรธรรม์อันเที่ยงธรรม์

มลเหตุอคติ บ่ เริ่มริทั้งสี่พรรค์
โทสะโมหะฉัน ทภยา ฤ อาวรณ์

ครั้งหนึ่งถึงสองครั้ง ผิผิดพลั้งพึงสั่งสอน
สามซ้ำพึงกรรมกรณ์ นุกิจราชอาชญา

หนึ่งรู้จริตจิต บพิตรผู้ภรรดาปรา
รภใดบันโดยอา รมณพระประสงค์สม

หนึ่งน้องจักทูลความ สิ่งใดยามสำเริงรมย์
ยามไท้ฤทัยระทม ทุกขอย่ากิจจาแถลง

รู้รอบประกอบการ บริบาลบันโดยแสดง
ชอบราชมโนแหนง สิ่งใดไซร้อย่าได้ทำ

ตรวจตราสุธาโภชน์ อันเอมโอชบำเรอบำ
รุงราชผู้พำ นักนิ (*) เนื่องคณาประชา

จัดเครื่องสุคนธ์ปรุง จรุงรสมาลา
ลูบไล้พระกายา ขัตติเยศสำอางองค์

อีกทั้งพระภูษิต พิจิตรพัสตร์อันบรรจง
อวลอบตรลบทรง สุวคนธ์ละเวงขจร

น้ำสรงและน้ำเสวย รำเหยรสเกสร
เสารภยเอมอร อดิเรกชวยฉม

ปัดปูยี่ภู่ลาด บรรจ์ถรณ์อาสน์ภูธรผทม
ยามราชนิทรารมณ์ บริรักษ์ภักดีผดุง

ลูบล้างวิบุลบท สุธารสสุคนธ์ปรุง
ประกอบราชอำรุง ขณะสู่ศัยยาสถาน

เครื่องสรงพระพักตร์ไท ้ เอาใจใส่เป็นนิจกาล
ปางปิ่นสุธาธาร มิทันตื่นพึงเตรียมถวาย

แม้ ว ไท้ ธ ไคลคลาด พยุหบาตรคลี่คลาย
จักโดยเสด็จผาย คชยานยาตรา

กูบกั้งกระโจมทอง วิสูตรป้องกำบังตา
สำรวมพระนัยนา อย่าแหวกม่านระเมียรมอง

แสนเสวกามาตย์ อันลีลาศอเนกนอง
ทราบไท้ฤทัยหมอง มนัสแหนงระแวงถวิล

หนึ่งน้องอย่ายืนขาน นุสนธิ์สารแก่ราชินทร์
ฤๅชอบระบอบระบิล บำหยัดหยาบพึงเยงยำ

เฒ่าแก่ชะแม่หมู่ กำนัลผู้ใดใดทำ
ควรโทษพิโรธคำ อย่าเคียดขึ้งให้เครงโครม

พึงน้องสำรวมโอษฐ ์ ผรุสโทษทำลายโฉม
เสียศรีอินทรีย์โทรม ศุภลักษณ์พักตราหมอง

หนึ่งเราเยาว์มี ชนนีชนกครอง
ตราบได้ภิเษกสอง สุขในมไหศวรรย์

คุณพระภรรดาเจ้า ได้ปกเกล้าช่วยกั้นกัน
คุ้มขวงภยันอัน ตรายร้าง บ่ รางพาน

ธรรมดาคณะพธู บำราศคู่สมัครสมาน
เสมอแหวนวิเชียรราน รังสีหมอง บ่ ผ่องพรรณ

เจียนจันทรดารก วลาหกมากีดกัน
เศร้าแสงชระอับอัน ธการคลุ้มชรอุ่มโพยม

เฉกหญิงที่ชายหน่าย แม้เป็นม่ายก็หมองโฉม
เสื่อมสุขแต่ทุกข์โทม นัสเศร้ากำสรวลศัลย์

ชุมชนจะชวนฉิน ประมาทหมิ่นทุกสิ่งอัน
ยากนักจักผ่อนผัน บรรเทาที่สตรีตรอม

สบสรรพสิ่งชั่ว มาเกลือกกลั้วให้หมองมอม
พักตร์ผ่องก็เผือผอม พิกลรูปจักซูบทรง

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

ความดีก็ปรากฏ กิติยศลือชา
ความชั่วก็นินทา ทุรยศยินขจร

เป็นราชบุตรี มหิษีมหิศร
เสวยสวัสดิถาวร ถวัลยราชธราดล

อย่าเผยบัญชรบาน พิศาลทัศนาชน
จักแถลงแสดงนุสนธิ์ อย่าสรวลเสียงสำเนียงดัง

เดินนั่งจงยั้งองค์ ดำรงกายระไวระวัง
ซวดซวนก็ชวนชัง ชนผองจะซ้องสรวล

อย่าด่วนครรไลแล่น กรกรีดแหวน บ่ รางควร
ทอดตาลีลาจวน สะดุดบาทจักพลาดพลำ

อย่าเดินทัดมาลา เสยเกศา บ่ ควรทำ
จีบพกพลางขานคำ สะกิดเพื่อนสำรวลพลาง

ยุรยาตรโยกย้าย กรกรีดกรายสไบบาง
ยอหัตถ์สัมผัสปราง จักเสื่อมสวัสดิ์กษัตรี

นุ่งเฟ็ดภูษาเดิน และมุ่งเมินวิถีลี
เปลือยเปล่าพระอินทร หนึ่งสองบ่าสไบทรง

พบชายก็ชายสรวล สำรวลฤๅสำรวมองค์
ล้วนเลศอวมง คลเหตุบ่ห่อนงาม

เท้าคางและเท้าแขน จนองค์แอ่นฤๅเขินขาม
หนึ่งสนธยายาม และแวะพูดเพื่อนเคหา

หนึ่งนั่งเอาบ่าทรง ศิระบง บ่ โศภา
โยกย้ายวิการกา ยประเภทหลากหลาย

หนึ่งสถิตที่บันได อีกร่มไม้และตากกาย
นอนนั่งยังชานชาย สถลท้องวิถีทาง

ล้วนเลศอัปลักษณ์ ทุรลักษณานาง
ราคีคดีห กมลผู้ภรรดาตน

หนึ่งโสดจะสำรวล บ่ มิควรทรอึงอล
แย้มยิ้มพระพริ้มยล พักตรเพริศพะเพราพราย

จักจาม บ่ งามแรง แสดงอรรถอย่าตรัสหลาย
นอนนานมักคร้านกาย ป่วยการกิจคิดการงาน

น้อยภักษ์ก็ผอมซูบ สรีรรูปบันดาล
มากภักษ์ก็พีพาน จะหนักเนื้อและเทื้อองค์

พึงภักษ์พอประมาณ บ่ วิการวิกลทรง
โสภาคยยรรยง ทุกสิ่งสิ้นทั้งอินทรีย์

อีกอิริยาบถ กำหนดถ้วนทั้งสี่มี
นั่งนอนหนึ่งจรล ี และยืนพร้อมเสมอสมาน

เพียรกิจ บ่ คิดเกียจ ฤ กลัวเกลียดในงานการ
รอบรู้วิธีชาญ ปฏิบัติกษัตรา

รักตนเสงี่ยมตน บำเพ็ญผลสัตยา
รักรุกขอุปถัมภ์ พึงรดน้ำและพูนดิน

ทานศีลศรัทธาปรา รภเกื้อกุศลธรรม์
รักสัตวนานา พึงรักษา บ่ เดียดฉันท์

เลี้ยงดูทุกคืนวัน จงอิ่มหนำเป็นอาจิณ
กิ่งก้าน ฤ รานสิน สงวนไว้ได้เชยชม

ผูกงูด้วยมนตรา วิทยาอาคมหมาย
รักชนพึงเลี้ยงดู ให้อยู่สุขสำราญรมย์

นุ่งห่มอุดมสม บุรณะพร้อมภักษาหาร
ใช้สอย บ่ หลบลี้ ฤ หน่ายหนีในงานการ

จงรักภักดีนาน ห่อนเหินห่างคุ้งวางวาย
ผูกสาร บ่ เคลื่อนคลาย ด้วยเชือกบาศกระสันพัน

ผูกชนด้วยไมตร ี จิตปรีดีหฤหรรษ์
รักคุ้งชีวาวัน มรณา ฤหน่ายแหนง

คำสอนสมรมาลย์ ประศาสน์สารสุนทรแสดง
เป็นที่เสน่หา แต่ภรรดาเจริญผล

จงจำอย่าเคลือบแคลง ประพฤติเพื่อผดุงตน
กว่าเล่ห์เสน่ห์มน ตรมายาอันอาธรรม์ ฯ


พระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
no image
  • Blogger Comments
  • Facebook Comments

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

Top