Latest News

Monday, July 25, 2011

ลิลิตพระลอ ตอน ๓


ร่าย
    o
หวดเหียงหาดแหนหัน จันทน์จวงจันทน์แจงจิก ปริงปรงปริกปรูปราง คุยแคคางค้อเค็ด หมู่ไม้เพล็ดไม้พลอง หมู่ไม้ฟองไม้ไฟ ไม้ไผ่ไพไม้โพ ไม้ตะโกตะกู ไม้ลำภูลำแพง หมู่ไม้แดงไม้ดัน ไม้สมพันสารภี ไม้นนทรีทรบูน คูนกำกูนกำยาน ไม้พิมานขล้อขลาย ไม้กำจายกจับบก ไม้กทกรกสักสน คณนามีหมู่ไม้ กล่าวแต่พอจำได้ กว่านั้นยังเหลือ แลนา ฯ

โคลง ๒
    o ไม้เครือไม้กุ่มก้อม
ค้อมเกี้ยวกลลำย้อม
ยอดม้วนใบงาม
บารนี ฯ
    o ดอกดวงซามช่อช้อย
หอมตลบอบสร้อย
เร่งน้อยใจถึง
แม่ฮา ฯ
    o คำนึงหลังห่วงหน้า
ใจพี่เพี้ยงเปนบ้า
เพื่อร้างแรมสมร
มาแล ฯ


เข้าด่านเมืองสรอง

   
ถึงเขตแดนเมืองสรองให้ทัพหลวงกลับ คงเหลือผู้ติดตามสัก ๑๐๐ แลพี่เลี้ยงทั้ง สอง
   
ปลอมตัวเปนขุ่นด่านเมืองสรองมาตรวจด่าน เข้าสู่สรองโดยราบรื่น

________________________________

ร่าย
    o
พระพเนจรหล่ำ ได้หลายค่ำหลายวัน ถึงแดนอันจนิยต กำหนดพระราชสีมา ตั้งพพลาทัพหลวง ทั้งปักปวงป่าดาดาษงามถึงขนาดควรชม ถ้วนทุกกรมมนตรี เฝ้าภูมีเดียรดาษ พระลอราชเจ้าช้าง จึ่งเอื้อนโองการอ้าง ดั่งนี้เสนาฯ

โคลง ๒
    o จักลีลาไปช้า
สูทั้งหลายนี้อ้า
กลับบ้านสำราญ
ก่อนเทอญ ฯ

โคลง
    o มานานจรหล่ำแล้
ถึงแดน
ควรส่งพลแสนคืน
สู่หย้าว
ทุกคนเอนดูแคลน
ครวญลูก เมียนา
กูคนึงถึงท้าว
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ
    o มนตรีต่างเนตรไหว้
บทมาลย์
จบบาทธุลีธาร
ใส่เกล้า
ขอพระจงอยู่บาน
ใจก่อน พระเฮย
สามสี่วันพระเจ้า
จึ่งให้พลเมือ ฯ
    o นานนักกว่าชิ่นแล้
มนตรี
ไปพรุกควรพอดี
อย่าช้า
ครั้นนานราชธานี
เราเปลี่ยว อยู่นา
เยียวออกท้าวเจ้าถ้า
ข่าวถ้าฟังสาร ฯ
    o ซร้องนิ้วนบบาทไท้
บุญขจร
ไหว้อยู่สลอนต่าง
ดอกไม้
เสมอสัตวภูธร
ชุบปลูก ไส้พ่อ
ทุกสิ่งเหนือหน่อไท้
ก่อเกื้อทุกอัน ฯ
    o ขอโดยเสด็จราชไท้
ทรงธรรม์
คืนขอบเสวยไอศวรรย์
ผ่านหล้า
ผิไปแลถึงกรรม์
ดีกว่า คืนพ่อ
ยากสิ่งใดไส้ข้า
คิดได้อาสา ฯ
    o ไปหน้าคิดใคร่ไส้
คืนหลัง
เกรงแผ่นดินเกรงทัง
ออกท้าว
สูเคยเมื่อกูยัง
ครองแผ่น ดินนา
ครองแผ่นดินทุกด้าว
อย่าให้ใครแคลน ฯ
    o ฝากเมืองช้างม้าไพร่
พลหลวง
ฝากนอกในทั้งปวง
แหล่งหล้า
อย่าลืมหมั่นไตรตวง
ผิดชอบ ดูนา
ฝากออกท้าวเจ้าฟ้า
ผากแก้วกลอยสมร ฯ
    o สั่งมนตรีถี่ถ้วน
ทุกกรม
รับราชโองการสม
ใส่เกล้า
น้ำตาถั่งอารมณ์
รักราช แลนา
ขอบพิตรพระเจ้า
อย่าช้าเสด็จมา ฯ
    o สูถึงพระบาทไท้
ชนนี ท่านนา
ทูลว่าจอมกษัตรีย์
ลูกไท้
เสวยสวัสดิ์สำราญมี
สุขอยู่ ไส้นา
โอนมกุฎเกล้าไหว้
พระบาทเจ้ากูมา ฯ
    o แล้วสูไปไหว้แจ่ม
จอมกษัตริย์ พี่เอย
ทูลว่ากูเสวยสวัสดิ์
ห่อนไข้
จักพลันสู่สมรัตน์
ชาเยศ ไส้นา
อย่าลห้อยไห้ให้
อยู่ถ้ารับเรียม ฯ



ร่าย
     o
ธก็ให้เตรียมแต่ง แบ่งปันคนผู้สนิท อันเชื้อชิดภูบาล ประมาณร้อยหนึ่งไว้ โดยเสด็จไท้ธิบดี ธก็สั่งมนตรี แลไพร่ฟ้า ช้างม้าคลี่คืนเมื้อ โองการเชื้อสองพี่ คิดที่เราจะไป ก็ให้ผูกกระไดข่าวคอย ผู้รู้รอยชาวด่าน หว่านความรักชักชิด ครั้นเข้าสนิทไมตรี จึ่งบอกคดีโดยปอง ให้เงินทองผ้าเสื้อ เผื่อใจจักเข้ามา จงเจรจาให้ชอบใจ เปนภายในชักชิด ว่าบพิตรธประสาท ให้พระราชทานรางวัล เงินทองครันอิ่มอก อย่าปิดปกกังวล บอกยุบลให้เห็น ตัวธเปนขุนด่าน พี่เลี้ยงท่านเปนหมื่นแขวง นายแวงเปนหัวพัน ชาวกำนัลเปนไพร่ ไขว่ชื่อถ้วนทุกคน เรียกกันกลชาวด่าน บล่านทางเลียบคอย ไขรอยปิดเงื่อนงำ ความขำบให้แพร่ง จงแต่งแง่ให้เปนกล พบผู้คนทักทาย กรายถิ่นฐานบ้านป่า เขาถามว่าจงถนัด บอกจงชัดชื่อเสียง มาแต่เวียงเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนเมือง ยังจะเคืองฤๅจะคล่อง บอกจงถ่องจงแท้ โดยยุบลนี้แล้ อย่าได้อำอวม

โคลง ๒
    o บุญพระสรวมตูข้า
พระแต่งกลบเกลื่อนหน้า
ชอบแท้ทุกอัน ฯ

    o พระจะพลันไปไส้
ไว้แต่สองนายให้
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ

    o ถึงทวารไพรฝ่ายนั้น
ดูดุจชวนกันดั้น
ป่าด้นดงหา ฯ

    o ตูไหว้ลาพระณเกล้า
ไว้แต่สองนายเฝ้า
พระบาทแล้วเขาไป ฯ


ร่าย
    o
เมื่อนั้นท้าวไคลคลา ล่วงแดนนาแดนราษฎร์ สองนายนาถนำทาง ธวางเพศท้าวผู้มีบุญ ทำทรงขุนด่านแล้ว ทรง เสื้อผ้าหมวกแก้ว บให้เห็นองค์ ท่านนา ฯ

โคลง ๒
    o เสด็จโดยด่านดงกว้าง
ยลรอยคนรอยช้าง
กษัตริย์ด้วยเปนสาม ฯ


ร่าย
    o
ตามสองนายนำนาถ ท้าวธลีลาสคลาไคล เสด็จไปโดยอันดับ เอาทับทุกดำบล ดลทวารไพรที่อยู่ ชาวด่านหมู่สำคัญ ชวนกันบอกโดยธสั่ง ทำกลดั่งธสอน เห็นภูธรเสด็จพัก ชาวป่าทักไต่ถาม เขาบอกนามชื่อเสียง ขุนด่านเวียงมาเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนไป เขาก็ไรเอาคำนัล บังคัลท้าวธทุกคน ตำบลทวารไพรหั้น ถึงตำบลนั้นนั้น ท่านผ้ายบหึง ฯ






ริมฝั่งแม่กาหลง
พระลอเสี่ยงน้ำ

   
เมื่อข้ามแม่กาหลงแล้วลงสรง พระลอบังเกิดจิตคิดถึงพระมารดาขึ้นมาอย่าง ประหลาด "บาปสิ่งใดจำให้ ลูกร้อนใจถึง"
อีกทั้งละล้าละลังหวั่นไหว จะไปต่อหรือคืนหลังดี ตัดสินใจอธิษฐานเสี่ยงน้ำดูว่า หากไปต่อจะเปนเช่นไร...
นับเปนตอนที่สะเทือนใจอย่างยิ่งในลิลิตเรื่อง "พระลอ" นี้
________________________________

ร่าย
    o
ถึงแม่น้ำกาหลง ปลงช้างชิดติดฝั่ง นั่งสำราญรี่กัน แล้วธให้ฟันไม้ทำห่วง พ่วงเปนแพสรรพเสร็จ ธก็เสด็จข้าม แม่น้ำแล้วไส้ ให้แผ้วที่ประทับ ดุจสำหรับขุนด่าน แล้วท่านเสด็จสรง สีเผ้าผงชำระ สระพระเกศเสร็จแล้ว ใจราชคิดแคล้วแคล้ว ถึงท่านไท้มารดา ท่านนา ฯ



โคลง ๒
    o คิดปรานีออกไท้
รอยราชละห้อยไห้
ถึงลูกแล้ณหัว
ลูกเอย ฯ

โคลง ๔
    o เจ็บรักเจ็บจากช้ำ
เจ็บเยียว ยากนา
เจ็บใคร่คืนหล้งเหลียว
สู่หย้าว
เจ็บเพราะลูกมาเดียว
แดนท่าน
เจ็บเร่งเจ็บองค์ท้าว
ธิราชร้อนใจถึง ลูกฤๅ ฯ
    o เจ็บถึงบิตุราชแล้ว
ถึงกู เล่านา
เจ็บอยู่คนเดียวดู
ละห้อย
เจ็บเยียวราชศัตรู
ดูหมิ่น แคลนนา
เจ็บเร่งเจ็บค้อยค้อย
ชอบม้วยเมือมรณ์ ฯ
    o ร้อยชู้ฤๅเท่าเนื้อ
เมียตน
เมียแล่พันฤๅดล
แม่ได้
ทรงครรภ์คลอดเปนคน
ฤๅง่าย เลยนา
เลี้ยงยากนักท้าวไท้
ธิราชผู้มีคุณ ฯ
    o อย่าไปพหน้าจัก
คืนเมือ ฤๅพี่
หาสมเด็จบุญเหลือ
เลิศไท้
จรทกจรเทอญเขือ
วานช่วย ริรา
บาปสิ่งใดจำให้
ลูกร้อนใจถึง

ร่าย
    o
บัดนี้จึ่งสองนาย ถวายกรกชประนม บังคมทูลบมิช้า ว่าข้าบาทสรวมชีพ เจ้าจอมทวีปโองการ พระภูบาลจักเต้า เข้ายังเมืองมิ่งคืน ข้าบาทยืนยลชอบ อย่าเยียวลอบไปเลย ควรเสวยสวัสดิ์ครองด้าว ด้วยสมเด็จน้องท้าว ท่านไท้ชนนี ท่านเทอญ ฯ

โคลง ๔
    o จักไปจักเปลี่ยวข้าง
ทรชน
ครั้นจะคืนเยียวคน
กล่าวร้าย
ว่าท้าวปิ่นสากล
ใจขลาด นักนา
พูลโทษทุรยศหว้าย
ว่าร้ายแหนงตาย ฯ

โคลง
    o สองนายเกลี้ยงกล่าวทูล
ว่านเรศูรท่านไท้
ใครจะเอื้อมติได้
เท่าเผ้าฤๅมี พระเอย

โคลง ๔
    o จักไปสักน้อยหนึ่ง
จึ่งคืน นาพี่
หน้าก็ยืนหลังยืน
ชอบได้
เกรงเยียวแต่ผีขืน
จำอยู่ ไส้นา
เยียวบ่คืนเห็นไท้
ธิราชผู้มีบุญ ฯ
    o มากูจะเสี่ยงน้ำ
นองไป ปรี่นา
น้ำชื่อกาหลงไหล
เชี่ยวแท้
ผิวกูจะคลาไคล
บรอด คืนนา
น้ำจุ่งเวียนวนแม้
รอดไส้จงไหล ฯ
    o ครั้นวางพระโอษฐน้ำ
เวียนวน อยู่นา
เห็นแก่ตาแดงกล
เลือดย้อม
หฤไทยรทดทน
ทุกข์ใหญ่ หลวงนา
ถนัดดั่งไม้ร้อยอ้อม
เท่าท้าวทับทรวง ฯ
    o บให้คนรู้เรื่อง
ฝืนใจ อยู่นา
ขึ้นจากสรงเสด็จใน
อาสน์ไท้
ยังสุวรรณพพลาไชย
ใจดั่ง นี้นา
ปิดม่านละห้อยไห้
ออกท้าวบุญเหลือ ลูกเอย ฯ
    o พระตายจงลูกได้
เห็นผี ท่านนา
ผีลูกตายกษัตรีย์
แม่ได้
เผาศพลูกอย่ามี
อุจาด ราแม่
ฤๅบ่ร้างเผาผีไท้
บ่ร้างได้เผาผี ลูกเอย ฯ

โคลง ๒
    o ลูกตายก็ตายแล้ว
เจ็บบเห็นหน้าแก้ว
เกิดเกล้ากูมา ฯ

    o น้ำตาไหลหลั่งไห้
เปนเลือดตกอกไหม้
ออกท้าวฤๅเห็น
ลูกเอย ฯ
    o ลางเข็ญเห็นแห่งน้ำ
อกลูกเพี้ยงผกขว้ำ
ออกท้าวใจบุญ
ลูกเอย ฯ
    o เปนขุนยศยิ่งฟ้า
ฤๅบาปจำหว้ายหล้า
หล่มหล้มตนเดียว ฯ

    o จะเหลียวเหลียวบ่ได้
เหยียบแผ่นดินผิดไส้
อยู่เต็มบาทา
พระเอย ฯ

โคลง ๔
    o เคยเปนจอมโลกเจ้า
ไอศวรรย์
ร้อยเอ็ดเมืองราชคัล
คั่งเฝ้า
มาตกถึงกลางอรร-
ณพแต่ เดียวนา
เยียวบเห็นหน้าเจ้า
ลูกแล้บเห็น ลูกเลย ฯ









สืบเสาะสอดแนมตีสนิทชาวใน

    
ให้นายแก้วนายขวัญ สืบเสาะแลตีสนิทติดสินบน จนรู้ตำแหน่งแหล่งที่ถึงอุทยานพระเพื่อนพระแพง
แล้วจัดแบ่งผู้ติดตาม รอท่าจะเข้าสู่อุทยานอยู่
________________________________

ร่าย
    o
ท้าวธเปนทุกข์เท่าฟ้า คิดหยั่งหน้าหยั่งหลัง ระวังองค์บพิตร ปิดบให้คนเห็น เปนทุกข์ดุจเริงรื่น แสร้งทำชื่นเผยม่าน เรียกชาวด่านริปอง สูนำสองพี่เลี้ยง เพี้ยงหฤไทยไปดู ที่ควรกูจะหยุดยั้ง ที่จะกั้งจะปิด ให้จงชิดจงชอบ ที่จะลอบจะเล็ด จงเปนเขบ็จเปนกล ที่สถลมารคจงถ่อง ท่องทางคดจงซื่อ ท่องทั้งชื่อดำบล ที่จะชุมพลช้างม้า ดูทั้งหน้าทั้งหลัง ระวังทั้งใกล้และไกล ตาไปใจส่องแล้ สองพี่พิศจงแท้ ถี่ถ้วนเขบ็จการ ฯ

โคลง ๒
    o รับสารกษัตริย์สั่งแล้ว
ไหว้บาทบงกชแก้ว
จึ่งผ้ายลีลา ฯ

    o มิคลาคำสั่งท้าว
ดูที่ทางทุกด้าว
ถี่ถ้วนใจจำ ฯ

    o นำสองนายสู่ส้อง
ทำเปนพี่เปนน้อง
ด้วยหมู่บ้านเทียมทาง ฯ

    o เอาสินสกางสอดจ้าง
แข็งดังเหล็กเงินง้าง
อ่อนได้โดยใจ ฯ

    o เปนผ่ายในสนิธแล้ว
กระแหน่นายขวัญแก้ว
กล่าวเกลี้ยงคำหวาน ฯ

    o บอกอาการถี่ถ้อย
เขาว่าอย่าแคลนน้อย
หนึ่งไว้งารตู ฯ


ร่าย
    o
ข้าก็เข้าไปดูอุทยาน หมู่พยาบาลสวนไท้ ให้สินจ้างชักชิด เงินทองปิดปากไว ใช้ใดได้ทุกประการ ข้าก็ไปดูทวารเวียงวัง ดูทั้งเรือนสองกษัตริย์ ที่ขัดข้าเห็นถ่อง ที่คล่องข้าเห็นถี่ ทุกที่ข้าเห็นถ้วน ม้วนทั้งมวลข้าใส่ใจ ห่อนให้ใครเห็นได้ ซ่อนเงื่อนงำแง่ไว้ เกียจกั้นเปนกล ฯ

ร่าย
    o
แล้วไต่หนทางเสร็จ เตร็จบ้านทางชื่อซร่อง สองนายท่องทางป่า ง่าเงยไปคล้ายคล้าย จรผ้ายไปถึงหั้น ดั้นทางไปบหึง ถึงสมเด็จเจ้าตน ไหว้ทูลกลกระแหน่ เห็นที่แง่ที่มิด ทูลโดยกิจแล้วล้วน เขียนขีดขบวนถวายถ้วน ถี่ถ้อย ทุกประการ ฯ

ร่าย
    o
พระภูบาลตรัสตรอง ไว้ช้างสองม้าสี่ ให้อยู่ที่นายด่าน ท่านก็เลือกคนสามสิบทัศ อาจสามารถโดยเสด็จ คนเจ็บสิบไว้เล่า อยู่ด้วยเหล่าช้างม้า เจ้าหล้ายั้งสำราญ หยุดท่าวารวันดี ฝ่ายสองศรีพี่เลี้ยง ฟังราชโองการเกลี้ยง กล่าวถ้าทูลสนอง ท่านนา ฯ

ปู่เจ้าเรียกไก่
พระลอตามไก่

    
พระเพื่อนพระแพงเห็นช้า ให้ไปเร่งปู่ ปู่จึงเรียกผีลงสิงไก่ ใช้ให้ไปล่อนำทางพระลอมาโดยพลัน
    
พระลอตามไก่จนเข้าเขตเมือง พักคืนหนึ่ง จวบรุ่งขึ้นอีกวัน ครันลุสวนร้างไม่ห่างอุทยานของพระเพื่อนพระแพง พระลอปลอมเปนพราหมณ์นาม ศรีเกศ ส่วนนายแก้วแลนายขวัญ เปลี่ยนนามเรียกขานเปน นายราม นายรัตน์
________________________________

โคลง ๔
    o เมื่อนั้นสองราชไท้
ธิดา
สองอยู่คอยหนหา
ท่านไท้
พี่นางรื่นโรยรา
ช้าไป่ มาเลย
รักเร่งวานไปไหว้
ปู่เจ้าเราเตือน ฯ
    o ข้าไปเตือนปู่เจ้า
จอมผา แม่ฮา
ปู่ว่าพระลอมา
ฝั่งน้ำ
กาหลงฝ่ายแดนรา-
ชาคร่ำ ครวญนา
มาจะให้ไปซ้ำ
ชักท้าวเสด็จพลัน ฯ

ร่าย
     o
ปู่กระสัลถึงไก่ไพรพฤกษ์ ปู่ลำฦกไก่ไก่ก็มา บรู้กี่คณากี่หมู่ ปู่เลือกไก่ตัวงาม ทรงทรามไวยทรามแรง สร้อยแสงแดงพพราย ขนเขียวลายยยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมลายหงส์สิบบาท ขอบตาชาดพพริ้ง สิงคลิ้งหงอนพรายพรรณ ขันขานเสียงเอาใจ เดือยงอนใสสีระรอง สองเท้าเทียมนพมาศ เพียงฉลุชาดทารง ปู่ก็ใช้ผีลงแก่ไก่ ไก่แก้วไซร้บมิกลัว ขุกผกหัวองอาจ ผาดผันตีปีกป้อง ร้องเรื่อยเฉื่อยฉาดฉาน เสียงขันขานแจ้วแจ้ว ปู่ก็สั่งแล้วทุกประการ มินานผาดโผนผยอง ลงโดยคลองบหึง ครั้นถับถึงพระเลืองลอ ยกคอขันขานร้อง ตีปีกป้องผายผัน ขันเอื้อยเจื้อยไจ้ไจ้ แล้วไซ้ปีกไซ้หาง โฉมสำอางสำอาจ ท้าวธผาดเห็นเปนตระการ ภูบาลบานหฤไทย งามพอใจพอตา มิทันทาธารทำรง ทรงมงกุฎภูษาสรรพ จับพิไชยอาวุธราชพล บันดลธลุกไล่ หวังได้ไก่ตัวงาม ยกทัพตามรอมราช ครั้นคลาศไก่อยู่ท่า เห็นธช้าไก่ขันเรียก ไก่กระเหวียกตาดู ครั้นภูธรจะทัน ไก่ค่อยผันค่อยผาย ระร่ายรายตีนเดิร ดำเนิรหงส์ยกย่าง ครั้นเห็นห่างไก่หยุด ครั้นจะสุดแดนป่า ครั้นจะผ่าแดนบ้าน ไก่ทำคร้านมารยา เห็นไก่ช้าธก็สราว ไก่เหิรหาวหายเนตร ภูเบตร์ดูอับทิศ บพิตรคิดพระองค์ โอ้กูมาหลงแก่ไก่ ไก่ผีไขว่เอากู ท้าวธเหลียวดูพี่เลี้ยง สองพี่กล่าวคำเกลี้ยง ถี่ถ้วนทั้งมวล

ร่าย
     o
แต่นี้ควรระมัด ประหยัดอย่าลืมตน บอกทุกคนทุกผู้ ให้รู้แล้วจึ่งไป คลาไคลถึงบ้านมิตร เขาสกิดกันบอก ชาวบ้านนอกมาไหว้ อันเชิญไท้ธเข้าสู่ อยู่ณที่ควรเสด็จ เสร็จเขาถวายโภชนาหาร เชิญธสำราญคืนหนึ่ง ซึ่งไว้นั้นสิบคน ถึงตำบลบ้านหน้า ไว้คนห้าแลช้าง ฝ่ายข้างโดยเสด็จไท้ นับถ้วนได้สิบห้า หน้าโน้นไว้สิบคน ถึงตำบลหนึ่งเล่า แต่สวนเปล่าบมีคน พฤกษาสนลำเลือน มีเรือนเปล่าสงัด เขาเชิญกษัตริย์อาไศรย บมิไกลสวนอ่อนไท้ เขาประนมมือไหว้ นั่งเฝ้าเรียงรัน ฯ

ร่าย
     o
เขาถวายคำนัลคำนับ สำรับโภชนาหาร น้ำอบธารสรงเสวย ฟูกผ้าเขนยสอาด ผ้าไหมลาดปูกรอง ถามสองนายทุกประการ เครื่องภูบาลแต่งเสร็จ ส่วนสมเด็จนฤเบศร์ ท่านแปรเพศเปนพราหมณ์ ทรงนามเจ้าสรีเกศ ใคร่เห็นประเทศมาชม มาแต่สยมภูวนาถ สองนายชาติคฤหัสถ์ ชื่อนายรัตน์นายราม ปรามกันทั่วทุกคน อย่าลืมตนลืมปาก เพื่อเหตุฝากความรัก เขาชักเชิญสองนายและไพร่ ไปล่ไปยังเหย้าเรือน เลือนอาหารเล่าเข้า เขาว่าเชญยชาวเจ้า พี่น้องมาเอา ฯ


พระลอชมสวนขวัญของสองสมร

พระลอลอบเข้าอุทยานหลวงของพระเพื่อนพระแพง ชมนกชมไม้ เห็นสิ่งใดก็ให้นึกไปถึงพี่น้องสองศรี
    
ในตอนนี้ มีบทเพลงอยู่ในการแสดงเรื่องพระลอ ชุด "พระลอเข้าสวน" ๑ เพลง ชื่อเพลง "การะเกด" ใช้ทำนองเพลงไทยเดิม "ลาวเดินดง"
    
ในที่นี้จะยกจำเพาะเนื้อร้อง เพลง "การะเกด" มาไว้ก่อน ต่อเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปจนถึงตอน นายแก้วแลนายขวัญ กับนางรื่นแลนางโรย เสพสมพาสกัน อันเปนตอนที่สนุกนัก จึงจักบันทึกเพลง "พระลอเข้าสวน" โดยเต็มไว้
________________________________

ร่าย
     o
เขาเลี้ยงดูทุกคน โดยดำบลทุกแห่ง อยู่บัดแบ่งยามเย็น ท้าวธใคร่เห็นสวนน้องนาฎ พระบาทเสด็จบมิช้า เขาก็นำเจ้าหล้า ท่านท้าวเสด็จไป ฯ

โคลง ๒
    o ข้ากระใดอยู่เฝ้า
บอกข่าวพระลอเจ้า
สู่สร้อยสวนขวัญ ฯ

    o ชวนกันไปนั่งไหว้
เชิญบพิตรท่านไท้
พระพาสเหล้นอุทยาน ฯ

    o ภูบาลบานหน้าไท้
ชมดอกไม้ต้นไม้
ลูกไม้พอใจ
บารนี ฯ
    o เสด็จดูในแหล่งหล้า
แย้มโอษฐ์ปราไสอ้า
ขอบน้ำใจสู
บารนี ฯ
    o สวนใครหนอใคร่รู้
สวนสมเด็จท้าวชู้
ท่านแล้พระทอง ฯ

    o จึ่งจำนองโคลงอ้าง
ถวายแด่บพิตรเจ้าช้าง
ท่านผู้มีบุญ
แลนา ฯ

โคลง ๔
    o ข้าไหว้พระบาทผู้
อุดม
เชิญบพิตรเสด็จชม
ช่อไม้
อุทยานสำราญรมย์
สองราช แลพ่อ
สรรสนุกไม้ไหล้
แหล่งเหล้นสองศรี ฯ
    o พระชมการะเกดแก้ว
หอมหา ยากนา
หอมหื่นกลเกศา
รวดเร้า
พระชมมุลิลา
ลานสวาท
ชมดอกไม้เกี้ยวเกล้า
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ
    o นางแย้มเหมือนแม่แย้ม
ยวนสมร
ใบโบกกลกวักกร
เรียกไท้
ช้องนางคลี่สร่ายขจร
โบกเรียก พระฤๅ
เชิญราชชมไม้ไหล้
กิ่งก้มถวายกร ฯ
    o นกหกจับแมกไม้
เรียงรัน
ร้องรี่รับขวัญขวัญ
ท่านท้าว
กระสากระสรวลศัลย์
ถึงราช
จับมสังแซ่งน้าว
คู่เคี้ยงเรียงรมย์ ฯ
    o แขกเต้าเต้นเต้าแขก
ขอรัก
เรียกพระผู้จอมจักร
ปิ่นเกล้า
สัตวาส่งเสียงชัก
เชิญราช แลพ่อ
คล้าคู่คลึงคล้าเคล้า
ค่อยเคล้าคลอสมร ฯ
    o เชิญไท้ธิราชท้าว
ชมสระ
ชมดอกบัวบานระดะ
คลี่คล้อย
ปูปลาเต่าจราจระ
จรัลดาษ เดียรนา
แมลงภู่คลึงเคล้าสร้อย
เสียดสร้อยเสาวคนธ์ ฯ

โคลง ๒
    o พระเสด็จจดลนั่งแล้ว
พระคำนึงน้องแก้ว
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ


โคลง ๓
    o สองนายเชิญธบรรทม
ค่ำแล้วลมลาดไม้
โหยละห้อยท้าวไท้
ค่อยพร้องโคลงครวญ ฯ

โคลง
    o สองอวรอรเพี้ยงชีพ
ชีพิต พี่เอย
เรียมจากบุรีฤทธิ์
รีบเต้า
บเห็นพงาผิด
ใจพี่ พระเอย
โอ้คำนึงน้องเหน้า
คร่ำแค้นครวญสมร ฯ
    o ใฝ่ใคร่ดวงดอกสร้อย
เสาวคนธ์
รสลำดวนหอมกล
กลิ่นแก้ว
พระพายรำเพยดล
แดคร่ำ ครวญนา
เดือนส่องแล้วฟ้าแผ้ว
ไป่ผ้ายสมศรี ฯ
    o มลุลีหอมหื่นฟุ้ง
มลิวัน
ปรูประยงค์หอมหรรษ์
หื่นห้า
หอมกลกลิ่นจอมขวัญ
ขวัญพี่ พระเอย
หอมห่อนเห็นหน้าหน้า
ใคร่กลั้นใจตาย ฯ
    o หื่นหอมรสสร้อยเปล่า
แดดาย
แดพิหคเหลือหลาย
แหล่งไล้
นกเอยส่งสารถวาย
ถึงนาฎ พระนา
ให้พระนุชน้องไท้
แม่รู้ข่าวเรียม ฯ
    o สาลิกาวานส่งสร้อย
สารกู หนึ่งรา
แถลงแด่สองพธู
พี่น้อง
ทรหนอยู่ทรหู
หาอ่อน อวรนา
เห็นแต่นกหกร้อง
ร่ำร้องรนสมร ฯ
    o สัตวาวานช่วยร้อน
เร็วไป หนึ่งรา
บอกข่าวพระลอไกล
กลิ่นชู้
เสด็จมาอยู่อาไศรย
สวนราช นี้นา
ให้จงสองท้าวรู้
ที่ร้อนแรมศรี ฯ
    o โนรีเร็วเร่งผ้าย
ผันผยอง หนึ่งรา
ไปสู่มนเฑียรทอง
อ่อนไท้
ทูลสารอันเชิญสอง
กษัตริย์แม่ มานา
มาระเมียรไม้ไหล้
แหล่งเหล้นอภิรมย์ ฯ
    o ภูระโดกดุเหว่าร้อง
เสียงใส บารนี
เสียงเสนาะเอาใจ
ใช่น้อย
สูรักเร่งเร็วไป
ถึงอ่อน อวรนา
เชิญแม่มาสวนสร้อย
สว่างร้อนใจเรียม ฯ
    o นกหกบินร่อนร้อง
ไปมา อยู่นา
ซอนซอกจับพฤกษา
เสียดเร้น
บทูลข่าวธิดา
ถวายแด่ เรียมเอย
บ้างไต่ไม้บ้างเต้น
รี่ร้องจอแจ ฯ





ร่าย
    o
พระลอเลงแลนก ฟังวิหคเปนดาย สองนายนวดพระบาท ถวายอภิวาทบังคม ทูลว่าอย่าปรารมภ์เดือดไหม้ พรุ่งจะสมน้องไท้ เพื่อนท้าวภิรมย์ ฯ

โคลง ๒
    o เชิญธบรรทมแท่นแก้ว
จักจั่นเสียงแจ้วแจ้ว
กล่อมท้าวสว่างรมย์ ฯ

    o ลมขจรคันธดอกไม้
ท้าวธคิดกลิ่นไท้
ออกท้าวทั้งสอง ฯ

    o เดือนระรองส่องหล้า
พระจะเชยชมหน้า
หนุ่มหน้าบัวศรี ฯ







พระลอฝัน ศุภนิมิต
    
พระลอฝันดี แก้ว่าจะได้พบพระเพื่อน พระแพงเปนแน่แท้

________________________________


ร่าย
    o
พระลอมีหฤทัย รไมยาภิรมย์ ชื่นชมคำพี่เลี้ยง สองพี่กล่าวกลอนเกลี้ยง กล่อมท้าวนิทรา ฯ

ร่าย
    o
ข้าก็ซบหลับกับพระบาท พระลอราช ธ ก็ฝัน ทั้งนายขวัญนายแก้ว หลับแล้วฝันต่างต่าง พ่างพระบาทยุคล ตนท้าวธก็ตื่นตระบัด ดัดพี่เลี้ยงเจ้าหล้า บอกฝันพลันบช้า ช่วยแก้ ความฝัน ฯ

โคลง ๔
    o พี่ขวัญพี่แก้วพี่
ชวนกัน ฟังรา
เขือกล่อมกูกูฝัน
ดั่งนี้
ฝันทรงสังวาลย์วรรณ
นุชนาฎ นางงาม
สองอุรคะเกี้ยวกี้
ตื่นขึ้นขวัญหาย ฯ
    o น้องฝันเห็นกอดแก้ว
กลอยใจ
ฝันว่าอ่อนเสด็จใน
แท่นแก้ว
มะเมอตื่นหลงใหล
หาอ่อน อวรนา
ฝันว่าน้องต้องแร้ว
ราคหมั้นตรึงสมร ฯ
    o  ฝันทรงภูษิตเจ้า
ใสสุทธิ์
พระเกศทัดธารบุษป์
กลิ่นฟุ้ง
ไปทิศอุไทยอุต
ดมยิ่ง นั้นนา
ฝันว่าอ่อนเล่นถุ้ง
ทั่วท้องสระศรี ฯ
    o หัตถ์ขวาฝันเคล้นดอก
โกมล
กรกอดดอกจงกล
ฝ่ายซ้าย
ตะเพียนหวั่นไหวชล
ชมช่อน ไส้นา
ลิงโลดพรวนทองหว้าย
หว่างสร้อยสระศรี ฯ



ร่าย
    o
สองนายทายฝันไท้ ท้าวธจะได้ดั่งจินดา พระราชาอย่าเศร้า พรุ่งจักสมน้องเหน้า หน่อท้าวมีบุญ แลนา ฯ

โคลง ๔
    o นายแก้วทูลกล่าวแก้
ความฝัน
ฝันราชชูชมจันทร์
แจ่มฟ้า
แขสองส่องแสงพรรณ
ทั้งคู่ งามนา
พระจะสมน้องหน้า
หนุ่มหน้าบัวสมร ฯ
    o นายขวัญฝันไท้ดุจ
ศศิธร
สาวเทพทูลบทจร
กึ่งเกล้า
ฝันพระชื่นชมอร
ลุลาภ แลพ่อ
พระจะสมน้องเหน้า
หน่อท้าวทันใจ ฯ

ร่าย
    o
ในเมื่อข้าสองนาย ถวายซึ่งศุภนิมิต บพิตรหย่อนอารมณ์ ชมฝันสองพี่เลี้ยง ดุจดั่งสองเนื้อเกลี้ยง มากล่อมท้าว สว่างรมย์ ฯ


พระเพื่อนพระแพงร้อนหทัยโหยหา
พี่เลี้ยงปลอบแลขับซอกล่อมนอน

________________________________

ร่าย
    o
เอนดูอุดมดวงดอกไม้ สองเพื่อนไท้แพงกษัตริย์ เสด็จในรัตนบรรทม ปรารมภ์ใจอ้างว้าง กรกอดอกไห้ช้าง เพื่อชู้นานถึง ฯ

ร่าย
    o
คิดคำนึงบลุ ทุเทาแก้มสร่ายเกศ สองเปนเทวษพิศวง หลงหาราชจะไจ้ ไห้บรู้กี่คาบ อาบไนยนามพุธารา โศกาดูรพิลาป ค่อยกระซาบคำเกลี้ยง แก่พี่เลี้ยงทั้งสอง ความเผือปองคลาศแคล้ว แม้บสมชู้แก้ว พรุ่งนี้เผือตาย ฯ

ร่าย
    o
สองนางถวายบังคม ประนมยุคลนางนาฎ โลมสองราชธิดา ว่าสองพงาพระพี่ ใช่ที่พ้นกำหนด เชิญค่อยงดอยู่ถ้า มิร้างนานจักช้า ชู้ท้าวมาสม แม่แล ฯ


โคลง ๓
    o สองอย่าปรารมภ์กระสัล
แม้มิวันพรุ่งเช้า
ลอราชจักเสด็จเต้า
สู่สร้อยสวนขวัญ ฯ

ร่าย
    o
ฉันใดพี่จึ่งรู้ ผู้ใดใครมากล่าว ข่าวบพิตรเจ้าหล้า เร็วพี่บอกอย่าช้า ท่านท้าวเสด็จมา แม่นฤๅ ฯ

ร่าย
    o
สองราประนมมือสนอง ว่าพระทองแม่ณเกล้า ธผู้เถ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ ให้รู้นิมิตสกุณ อันเปนคุณเปนโทษ ทีนี้โสดเกษมศรี จักมีพลันบช้า ใจเผือข้าชื่นชม ดุจพระตนกลมเจ้าช้าง มาอิงอ่อนอ้อมข้าง สองอยู่เกล้าแก่ตา พี่นี้ ฯ

ร่าย
    o
สองชายายินชอบ ขอบคำสองพี่นาง ควรไว้กลางกระหม่อม สองพี่ย่อมมีคุณ แก่เขือปุนเปรียบฟ้า เผือพี่น้องนี้ถ้า แต่ตั้งจะสนอง คุณเขือ ฯ

โคลง ๔
    o แต่น้อยสองพี่เลี้ยง
สองเผือ
คุณพี่ทั้งสองเหลือ
ที่อ้าง
ทีนี้โสดสองเขือ
ควรช่วย เผือนา
ลุลาภสมเจ้าช้าง
เลิศแท้คุณเขือ ฯ

โคลง
    o กล่าวดีเจือใจแล้ว
สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
กล่าวเล้าโลมสอง
อรนา ฯ

ร่าย
    o
พระทองอย่าปรารมภ์ เชิญธบรรทมให้สำราญ มินานแม่ณเกล้า ลอราชจักพลันเต้า แขกท้าวทั้งสอง ฯ

ร่าย
    o
อย่าหมองใจหนุ่มหน้า บรรทมถ้าพระลอ เผือจะซอกล่อมแก้ว กล่าวแล้วสองนางนอน พี่เลี้ยงกรกอดบาท ซอกล่อมนาฎแม่ณเกล้า นอนแม่นอนเทอญนะเจ้า พี่เอ้ยทั้งสอง อ่อนนา ฯ

โคลง ๔
    o แท่นทองถเถือกแก้ว
จรูญจรัส
แพรฟูกปักหมอนรัตน์
เพริศแพร้ว
ขนนเขนยพิดานดัด
ดาวดาษ เฉลานา
มุ้งม่านผจงกั้งแก้ว
แก่นไท้ทั้งสอง ฯ
    o เชิญสองพระพี่น้อง
บรรทม
ขวัญอ่อนอย่าปรารมภ์
ร่ำร้อน
พระลอจะพลันสม
สองราช แลแม่
สองแม่อย่าไข้ข้อน
อยู่ถ้าเชยชม ฯ
    o ลมพัดเชิญท่านท้าว
เสด็จมา หนึ่งรา
ลมแล่นเวหาหา
ท่านไท้
พฤกษเทพบดีอา
รักษ์เร่ง พระรา
ดาวดาษเดือนต่างไต้
ส่องท้าวเสด็จดล ฯ
    o สองฟังสองพี่เลี้ยง
สองซอ
ซอว่าพระเลืองลอ
จักเต้า
ไพเราะแก่หูพอ
ใจนาฎ แลนา
เสียงเสนาะสองเจ้า
พี่น้องนิทรา ฯ

โคลง
    o สองธิดาหลับแล้ว
สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
ซอกล่อมท้าวกลอยหลับ
เล่านา ฯ


ศุภนิมิตข้างพระเพื่อน พระแพง

    
และในขณะเดียวกัน คืนนั้นทั้งพระเพื่อน พระแพง แล นางรื่น นางโรย ต่างก็ฝัน
    
ครันรุ่งมีลางดี บ่งชี้ว่าจะได้พบพระลอเปนแม่นมั่น
________________________________

ร่าย
    o
บัดนั้นสี่นางฝัน เห็นอัศจรรย์นิมิต ติดใจจำชมชื่น ตื่นตระบัดอ่อนไท้ พระเพื่อนคิดจำได้ กล่าวแก้ความฝัน ฯ

โคลง ๔
    o ฝันว่าได้ดอกฟ้า
มามือ
หอมยิ่งหอมงามฤๅ
เปรียบได้
มาลาดิลกคือ
เฉลิมโลก ไส้แฮ
เป็นปิ่นทิพยทัดไว้
กึ่งเกล้าสองเผือ ฯ

โคลง
    o ยินดีเหลือที่อ้าง
แพงนุชนอนแนบข้าง
ค่อยแก้ความฝัน ฯ


โคลง ๔
    o ฝันว่าสุริเยศท้าว
เสด็จมา
เปนปิ่นปักเกศา
กึ่งเกล้า
พระจันทรส่องพักตรา
ต่างแว่น ทองนา
ดาวดาษทายทัดเกล้า
ดุจสร้อยแซมผม ฯ

ร่าย
    o
สองพี่ชมฝันไท้ ท้าว ธจะได้ดั่งใจจง ความจำนงลุลาภ อาบสหัสธารา เปนนางพระยานางเมือง แก่พระลอเลืองดิลกโลก เรืองยศโยคเชยชม พระตนกลมเจ้าช้าง ลอราชมาอ้อมข้าง สองอ่อนท้าวสมสมร แม่นา ฯ

โคลง ๒
    o จงลุโดยพรพี่เลี้ยง
ฟังทั้งสองพี่เพี้ยง
พี่ให้เสวยสวรรค์
พี่เอย ฯ

ร่าย
    o
นางโรยหรรษ์ชมชื่น นางรื่นยกยอกร ไหว้บทอรสองหน่อไท้ สองพี่เลี้ยงสองไหว้ สองแม่แล้ทูลแถลง ฯ

โคลง ๔
    o พี่เลี้ยงพี่รื่นแก้
ฝันถวาย
ฝันอ่อนเอาดาวราย
รอบเกล้า
ฝันงูกระหวัดสาย
สมรแกล่ กลืนนา
ลอราชจักพลันเต้า
แขกท้าวทั้งสอง ฯ
    o นางโรยสนองนาฎข้า
กลอยฝัน
ฝันอ่อนเสวยไอศวรรย์
ฟากฟ้า
สองเสวยอมฤตปัญจ์
รสร่วม กันนา
ลอบพิตรเจ้าหล้า
พรุ่งนี้มาถึง แม่แล ฯ

ร่าย
    o
ฝันพึงใจแก้แล้ว ราตรีแผ้วพระฮาม ยามอรุณอร่ามเรื่อฟ้า พระพี่พระน้องถ้า รุ่งเพี้ยงพันปี ฯ


ร่าย
    o
เสียงปักษีดุเหว่า เขากทาเหล่าภูรโดก โคกม้าม่ายเมียงกัน สุโนกขันแจ้วแจ้ว ไก่แก้วขันไจ้ไจ้ ครั้นรุ่งรางจักได้ ไปเยียนราชด้าว สวนขวัญ ฯ

ร่าย
    o
พระจันทรส่องแสงเสร็จ พระสุริยเสด็จอุไทย นกตระไนนกลาง เฉวียนฉวางจับจอมไม้ แสดงข่าวไท้เสด็จคลา ฟังเสียงกากระภอก บอกข่าวท้าวเสด็จดล ตนพี่เลี้ยงสองนาง ชมลางดีจะไจ้ ไหว้สองกษัตริย์บพิตร ทูลว่าได้นิมิตสกุณี ประจักษ์ดีแก่ตาข้า รอยจะพบเจ้าหล้า ธิราชแล้ณหัว พี่เอย ฯ

โคลง ๒
    o สองชัวชมชื่นแท้
สองพี่เร็วเชิญแล้
อย่าช้าเร่งไป
หนึ่งรา ฯ



ลีลาสี่พี่เลี้ยง
สังวาส
________________________________

ร่าย
    o ข้ากระไดกระแหน่ แต่งแง่แผ่ตนท่า สองพระธิดาจอมราช ขึ้นช้างคลาศไคลคลา ส่วนพระราชาครั้นเช้า สั่งผู้เฝ้าสวนศรี แม้มีผู้มาถามหาว่าใคร มาอาไศรยสูจงบอก ชายชาวนอกสองคน พราหมณ์ตนหนึ่งเปนสาม ตามกันมาคะคลอน มาขอนอนยังรุ่ง มุ่งเมิลสวนไม้ไหล้ ถอนใจใหญ่โหยหา ครั้นเช้าลาคลาไคล พึ่งออกไปเมื่อกี้ ครั้นสั่งแล้วดั่งนี้ ท่านท้าวเสด็จไป ฯ

ร่าย
    o สองนายระไวระวัง เหลียวหลังเห็นสองนาง ไต่ทางตามกันมา ปลงคชาสู่อุทยาน มินานถามผู้เฝ้า มีผู้เข้ามาฤๅ เขาบอกไปคือธสั่ง สองนางชั่งใจดู สูเห็นสูมากล่าว เถ้าฤๅบ่าวปูนใด โฉมปานใครสูว่า เขาว่าอย่าเทียมเทียบ ฉิว่าเทพสิเปรียบไป่ปาน หนุ่มสคราญงามนัก น่าใคร่รักแห่งพราหมณ์ ผู้มาตามทั้งสอง โอ้อย่าปองบมิปูน สองฟังฉูนใจเคียด หึน่าเกลียดใจรา มาแต่งแง่ให้ช้า ผิว่าแว่นเร็วอ้า บร้างได้กินใจ หนึ่งเลย ฯ

โคลง ๒
    o สองเจ็บใจละห้อย
เอะอาตมมาช้าหน้อย
หนึ่งให้เสียใจ
บารนี ฯ
    o เยียฉันใดกูจักได้
เห็นเล่านาให้ให้
ลาภแล้สองรา ฯ

    o บุญมีมาอย่าช้า
ใช่อื่นเลยเจ้าหล้า
กับพี่เลี้ยงทั้งสอง ฯ

    o มองหนหาตาแห้ง
เห็นแต่ไกลกล้องแกล้ง
ไต่เต้าตามกัน ฯ

    o มาพลันแลดูนี้
สูบอกแก่ตูกี้
นี้ฤๅชาวเรา ฯ

    o เขาเห็นเขาว่าแท้
สองนายมาพู้นแหล้
เพื่อนเจ้าชีพราหมณ์
แลนา ฯ

โคลง ๓
    o สองนางงามแว่นไว
ชายเข้าไปใกล้แล้ว
แสร้งใส่กลให้แคล้ว
บ่ให้เขาเห็น ฯ

โคลง
    o ที่นี้เปนง่ายแท้
ลุลาภสองเราแหล้
เพื่อนเอ้ยเต็มใจ
บารนี ฯ
    o สองลงในสระเร้น
จะลอบลักดูเหล้น
อย่าให้เห็นเรา ฯ

    o สองนายมาบมิช้า
ครั้นชุ่งจะใกล้อ้า
ค่อยผ้ายโชยชาย ฯ

    o ทอดกรกรายย่างเยื้อง
เข้าสู่อุทยานเบื้อง
ฝ่ายสร้อยสวนขวัญ ฯ

    o เห็นคนจรัลเมื่อกี้
หายแห่งใดบัดนี้
บให้เห็นตัว ฯ

    o น่าใคร่หัวหลากแท้
เราเลียบเล็งดูแหล้
เปล่าถ้วนทุกทาย ฯ

no image
  • Blogger Comments
  • Facebook Comments

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

Top